วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บริการจาก Google

Google.com เซ็บไซต์ที่ใครๆต่างก็รู้จัก เป็นเว็บที่ให้บริการหลายอย่าง (ฟรีเกือบทั้งหมด) แต่จะมีใครบ้างที่รู้ และใช้ประโยชน์จาก Google ได้เต็มที่ ดังนั้นวันนี้ จุกจึงขออาสาแนะนำบริการที่ทาง Google เปิดให้บริการกับพวกเรา ชาวนักท่องเน็ตทั้งหลายกัน…. บริการที่ว่านี้ คืออะไร
  • Google Web Search ค้นหาข้อมูลในโลกของ internet, Advanced Search ค้นหาอย่างละเอียด และกำหนดตัวเลือกได้
  • GMail (or Google Mail) เป็นฟรี email ที่ใช้งานง่าย load เร็ว run เร็ว (เก็บ email เยอะโดยที่เราไม่จำเป็นต้องลบทั้ง เวลาจะหา email เก่าๆ ก็แค่ใส่คำที่ต้องการค้นหา แล้วจะเจอเอง
  • Blogger ฟรี Blog (weblog) สำหรับทุกคน เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบล็อกเป็นของตัวเอง โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานง่าย ที่สำคัญ blog ที่อยู่ภายใต้ Blogger นี้ จะมี Google Page Ranking สูง และได้ page rank เร็ว เพราะเพื่อนๆชาวต่างชาติเข้ามาเยอะ
  • Froogle สำหรับใช้ค้นหาสินค้า ที่ผู้คนประกาศขาย คล้าย ebay 
  • Google AdSense มีหลายแบบ แต่ที่เราเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เป็นช่องทางทำเงินสำหรับคนที่มีเว็บไซต์ โดยการเอา เอา Script ของ Google มาติดที่เว็บไซต์เรา แล้วโฆษณาจะสาแสดงเอง เมื่อมีคนคลิกที่ โฆษณานั้น เรากับรับตังค์ สะสมให้ครบ Google ก็จะจ่ายให้เรา
  • Google AdWords อันนี้สำหรับคนที่มีสินค้า หรือเว็บไซต์ต้องการโปรโมท ก็มาเป็นสมาชิก โฆษณาที่เราฝากไว้ จะไป show ที่ Google AdSense พอมีคนคลิกที่ Google AdSense เราค่อยจ่ายค่าที่คนคลิก
  • Google Alerts คือ e-mail updates เป็นการ monitor เว็บไซต์เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็จะแจ้งเรา
  • Google Analytics เป็นเครื่องมือสำหรับ Web Programmer ทั้งหลาย เอาไว้ดูบันทึกการเข้า website ของเรา ดูสถิติ (statistics, stat) ช่วยให้เราเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง
  • Google Answers ตอบทุกคำถามที่เราอยากรู้
  • Google Blog Search เป็นบริการค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเว็บบล็อก (เจาะจงเฉลาะ blog)
  • Google Book Search ค้นหาหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งแจกฟรีและขาย และ link ต่อไปยังผู้ขายไม่ว่าจะเป็น Froogle, Amazon ฯลฯ
  • Google Catalogs เป็น search engine สำหรับการขายสินค้าผ่าน email
  • Google Click-to-Call คือเวลาเราค้นหาโฆษณาผ่าน Google เมื่อเจอแล้ว เราสามารถ ติดต่อโดยตรงได้เลย
  • Google Code เป็นเหมือนศูนย์กลางในการโปรโมท code หรือโปรแกรมที่เราพัฒนาขึ้น ซึ่งจะมีคนมากมายเข้ามา reviews project ของเรา (เป็นการโปรโมท website ที่ดี)
  • Google Compute ส่วนประกอบหนึ่งใน Google Toolbar โดยจะบอกว่าเราไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์มานานเท่าไรแล้ว
  • Google Desktop เข้าใจง่ายว่า สิ่งใดที่มีการ update จะถูกส่งมาแสดงที่ desktop ของเราโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปดูผ่าน browser และยังมีคุณสมบัติอื่นๆอีกหลากหลาย เช่น ใช้ค้นหาไฟล์ในเครื่องของเรา โดยมันจะเข้าไปหาถึงเนื้อหาของไฟล์เลยทีเดียว (เคยใช้แล้วทำให้เครื่องช้า จึงเลิกใช้)
  • Google Directory internet web directory
  • Google Docs โปรแกรมสำหรับการจัดการเอกสาร ( word, excel) แต่ทำได้แบบ online แถมยังทำได้ทุกที่และทำพร้อมกันได้ด้วย ดูวิธีการใช้งาน Google Docs 
  • Google Earth ดูแผนที่ทางอากาศทุกที่ทุกมุมโลก อยากรู้ว่าหลังคาบ้ากิ้กสีอะไร ดูได้ที่นี้
  • Google Groups เป็นสังคมของผู้ใช้งาน Google ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร ถามตอบ แก้ปัญหา
  • Google Homepage (iGoogle) เป็นหน้าแรกของทุกคน…. คือพูดง่ายเวลาเราเข้า browser ท่องอินเตอร์ เน็ต ทุกๆครั้งเรามักเข้าไปดู หา อะไรบ้าง iGoogle (อันนี้จุกใช้อยู่) ก็จะแสดงข้อมูลล่าสุดของเว็บไซต์ที่เรามักเข้าประจำ (เรากำหนดเอง) ไว้ที่หน้าแรกเลย ลดเวลาการเข้าไปหาว่าเว็บไซต์นั้นๆ update ข้อมูลหรือยัง
  • Google Image Search ค้นหาเฉพาะรูปภาพภาพ
  • Google Labs ตามติด เกาะติดว่า Google กำลังพัฒนาอะไรอยู่
  • Google Local Google จะแสดงที่อยู่ ที่ตั้งของ บริษัทเราผ่านทาง Google map ทำให้ลูกค้ารู้ว่าบริษัทเราตั้งอยู่ที่ใด
  • Google Maps แผนทลายเส้น แสดงละเอียดดี
  • Google Mobile ส่งข้อความดู email ผ่าน WAP
  • Google Movie Showtimes ใส่รหัสเมือง (ในอเมริกา) เพื่อดูว่าช่วงนี้โรงภาพยนต์ฉายเรื่องอะไรกันบ้าง
  • Google News รวบรวมข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก update เร็วพอสมควร ของไทย ประมาณ 3 ชม. หลังจากที่ข่าวนั้นถูกเผยแพร่ทาง website
  • Google Reader โปรแกรมสำหรับอ่าน RSS ที่เราสมัครเป็นสามาชิกไว้. (อันนี้จุกก็ใช้)
  • Google Ride finder สำหรับ อเมริกา ค้นหาแทกซี่
  • Google Scholar ค้นหาผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความทางวิชาการ
  • Google Search History ทุกครั้งที่เราใช้บริการค้นหาของ Google จะถูกบันทึกด้วย Tools ตัวนี้ อยากเรียกดูย้อนหลังเรียกได้เลย
  • Google Send to Phone เป็นเครื่องมือเล็กๆของ Google ที่ใช้ส่งข้อความเข้ามือถือของผู้ใช้ทุกคน (ตัวอย่างที่พบได้ตอนเราสมัครใช้ Google Email)
  • Google Sitemap เครื่องมือสำหรับการสร้าง sitemap ไว้ให้ Google Bot และ search engine อื่นๆ
  • Google SMS เหมือน Google Send to Phone
  • Google Storeเครื่องมือช่วยขาย
  • Google Suggest สำหรับคนทำ SEO คือช่วยตรวจดูเวลา ควรเลือกใช้ keyword อะไรในช่วงเวลานี้ คือดูเวลา ช่วงนี้ คน search หาสิ่งใดมากที่สุด
  • Google Talk คือ instant messaging เป็น Chat เหมือน MSN แต่คงสู่ MSN ไม่ได้
  • Google Toolbar เป็น toolbar ที่ติดอยู่ที่ browser สำหรับให้ง่ายในการเข้าไปใช้งานคเรื่องมือต่างๆของ Google และง่ายในการค้นหาข้อมูล และที่นิยมมากคือเพื่อดูว่า website แต่ละที่มี pagerankเท่าไร
  • Google Language Tools ใช้สลับการค้นหา ว่าเราต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่เป็นภาษานั้น ภาษาเดียวหรือค้นหาจากทุกชาติ ทุกภาษา
  • Google Video และ Google Video Upload ค้นหาและ share video ผ่าน Google
  • Google Web Accelerator เร่ง speed ให้เว็บ
  • Orkut อันนี้ จุกไม่รู้จริงๆ
  • Picasa ตกแต่งรูปผ่าน โดย Google
  • Add to Google เป็นปุ่ม สีขาว มีข้อความ Add to Google คือเพื่อเพิ่ม เว็บไซต์นั้นเข้าไปในรายการ Google RSS Reader เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการติดตามบทความใหม่ๆ

Social Network

    Social Network 
    Social Network หรือ เครือข่ายสังคม (ชุมชนออนไลน์) เป็นรูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครือข่ายสังคมมักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมลล์ วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก 

.... การทำงานคือ คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ในรูปฐานข้อมูล sql ส่วน video หรือ รูปภาพ อาจเก็บเป็น ไฟล์ก็ได้ บริการเครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมได้แก่ ไฮไฟฟ์ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ออร์กัต มัลติ    พลาย โดยเว็บเหล่านี้มีผู้ใช้มากมาย เช่น เฟสบุ๊คเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยใช้มากที่สุด ในขณะที่ออร์กัตเป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย.....Social Network เป็นเครือข่ายความสัมพันธ์เสมือนที่ตอบสนองกับการสร้างสายสัมพันธ์ โยงใยให้เราได้เจอบุคคลที่คุยกันในเรื่องที่สนใจได้อย่างคอเดียวกัน สามารถเชื่อมโยงเพื่อนของเรา เข้ากับเพื่อนของเขา สามารถสร้างสรรค์สังคมใหม่ๆให้กับทุกคน สามารถเชื่อมโยงการสื่อสารภายในองค์กร และภายนอกองค์กรเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองรูปแบบชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบันนั่นเองครับ โดยภาพรวม Social Network เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับองค์กรจากปากคำของเราเองได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่จะสามารถสื่อสารกับคนในองค์กรของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องประสบปัญหาการบิดเบือนข้อความ หรือการสื่อสารที่ตกหล่นอีกต่อไป ครูอาจารย์สามารถให้แง่คิดหรือสิ่งละอันพันละน้อยแก่ลูกศิษย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พูดกันทีเดียวคราวละยาวๆ นักวิจัยอาจพบอะไรที่น่าสนใจแล้วสื่อสารให้รู้กันทุกคนในเครือข่ายเดียวกันได้ทันทีเพื่อให้ทีมรับรู้สิ่งน่าสนใจไปพร้อมๆกัน
        

เว็บไซต์ ที่ให้บริการ Social Network หรือ Social Media 

Google Group – เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking

w_google_group



Wikipedia – เว็บไซต์ในรูปแบบข้อมูลอ้างอิง


w_wikipedia

MySpace – เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking


w_myspace


Facebook -เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking


w_facebook

MouthShut – เว็บไซต์ในรูปแบบ Product Reviews


w_mouthshut


Yelp – เว็บไซต์ในรูปแบบ Product Reviews


w_yelp



YouTube – เว็บไซต์ Social Networking และ แชร์วิดีโอ


w_youtube1

Second Life – เว็บไซต์ในรูปแบบโลกเสมือนจริง Virtual Reality


w_secondlife

Last.fm – เว็บเพลงส่วนตัว Personal Music


w_lastfm

Youmeo – เว็บที่รวม Social Network


w_youmeo1

 sites.google.com 

Homepage/ Webpage /Website /Web Browser

Homepage
   คือคำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยเป็นทางเข้าหลักของเว็บไซต์ เมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา โฮมเพจ ก็จะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญและคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตน นอกจากนี้ ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารหรือข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆอีกด้วย

Webpage

   หมายถึง หน้าหนึ่ง ๆ ของเว็บไซต์ ที่เราเปิดขึ้นมาใช้งาน โดยทั่วไป เว็บเพจส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเอกสาร HTML หรือ XHTML (ซึ่งมักมีนามสกุลไฟล์เป็น htm หรือ html) มีลิงก์สำหรับเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น ๆ สามารถใส่รูปภาพและรูปภาพยังสามารถเป็นลิงก์ กล่าวคือสามารถคลิกบนรูปเพื่อกระโดดไปหน้าอื่นได้ นอกจากนี้ยังสามารถใส่แอพเพล็ต (applet) ซึ่งเป็นโปรแกรมขนาดเล็กแสดงภาพเคลื่อนไหว มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ หรือสร้างเสียง ได้อีกด้วย โปรแกรมที่ใช้เปิดดูเว็บเพจ เรียกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ที่เป็นที่นิยม เช่น อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์, Netscape, มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์, และ ซาฟารี เป็นต้น โปรแกรมสำหรับสร้างเว็บเพจ เช่น โปรแกรม Macromedia Dreamweaver , PHP & MySQL , Flash Professional เป็นต้น  

Website
    คือ แหล่งที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารและสื่อประสมต่าง ๆ เช่น ภาพ เสียง ข้อความ ของแต่ละบริษัทหรือหน่วยงานโดยเรียกเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ว่า เว็บเพจ (Web Page) และเรียกเว็บหน้าแรกของแต่ละเว็บไซต์ว่า โฮมเพจ (Home Page) หรืออาจกล่าวได้ว่า เว็บไซต์ก็คือเว็บเพจอย่างน้อยสองหน้าที่มีลิงก์ (Links) ถึงกัน ตามหลักคำว่า เว็บไซต์จะใช้สำหรับผู้ที่มีคอมพิวเตอร์แบบเซิร์ฟเวอร์หรือจดทะเบียนเป็นของตนเองเรียบร้อยแล้วเช่น www.google.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการสืบค้นข้อมูลเป็นต้น

Web Browser

   คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวไปในโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างไร้ขีดกั้นทางด้านพรมแดน นอกจากนี้ Browser ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งในขณะนี้บริษัทผลิตซอฟแวร์ค่ายต่างๆ นับวันจะทวีการแข่งขันกันในการผลิต Browser เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่นักท่องเว็บให้มากที่สุด หน้าตาของ browser แตกต่างกันไปตามแต่การออกแบบการใช้งานของแต่ละค่ายโปรแกรม 
   โปรแกรม Browser ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ Internet Explorer และ Nescape Navigator แม้ว่าโดยรวมแล้วทั้งสองมีหลักการทำงานที่ค่อนข้างคลายคลึงกัน แต่หน้าตาที่ผิดเพี้ยนกัน คือ ตำแหน่งเครื่องมือ และชื่อเรียกเครื่องมือ อาจทำให้คุณอาจเกิดการสับสนบ้าง หากว่าคุณใช้ Browser ค่ายใดค่ายหนึ่งเป็นประจำ วันหนึ่งคุณอาจสนใจหยิบ Browser ของอีกค่ายหนึ่งมาลองใช้งานดู ความสนุกในการท่องเว็บไซต์ของคุณอาจถูกบั่นทอนลง เพราะความไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือ


http://www.mindphp.com
http://kritsuda.blogspot.com
http://panyaras.blogspot.com
http://www.robgonda.com
http://www.webpresence.tv

การใช้งานทั่วไปของ Email

ระบบการทำงานของอีเมล์
            ระบบการทำงานของอีเมล์เป็นการส่งข้อความ (Message) อิเลคทรอนิกส์จากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์หนึ่ง ข้อมูลที่ส่งไปมีทั้งตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง และภาพวีดีโอ โดยส่งผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไปยังเมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ผ่านไปทางอินเทอร์เน็ต เมื่อข้อมูลไปถึงเมล์เซิร์ฟเวอร์ปลายทางจะถูกเก็บไว้ในเมล์บ็อกซ์ รอให้ผู้รับมารับไป การเดินทางเช่นนี้ทำให้อีเมล์เดินทางรอบโลกได้อย่างรวดเร็ว



กระบวนการทำงานของอีเมล์ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
               1. การส่งอีเมล์ การส่งอีเมล์นั้นเราจะต้องเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าไปใช้งานเมล์เซิร์ฟเวอร์ที่สามารถส่งอีเมล์ได้ โดยโปรโตคอลที่ใช้ในการส่งอีเมล์เรียกว่า SMTP (Simple Mail Transfer Protocol) ทำงานด้วย POP เซิร์ฟเวอร์ (POP = Post Office Protocol)           2. การเดินทางไปยังเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเราเขียนหรือพิมพ์อีเมล์เสร็จแล้ว คอมพิวเตอร์จะส่งอีเมล์ไปให้ SMTP เซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์ก็จะตรวจสอบชื่อ-ที่อยู่ของผู้รับ แล้วจัดส่งอีเมล์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับ อีเมล์จะรออยู่ที่เมล์เซิร์ฟเวอร์จนกระทั่ง ผู้รับมารับไป
               3.ผู้รับปลายทาง ผู้รับปลายทางจะมีชื่อ-ที่อยู่บนอินเทอรืเน็ตซึ่งสามารถขอรับบริการขอที่อยู่ได้ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ทุกแห่ง อีเมล์จะอยู่ที่เมล์บ็อกซ์ตามจำนวนวัน เวลาที่ได้รับ รอจนกว่าผู้รับเรียกอีเมล์ไปอ่านและลบออก อีเมล์จึงจะหายไป เราสามารถพิมพ์อีเมล์ไปบนกระดาษทางเครื่องพิมพ์ หรือเก็บอีเมล์ไว้บนฮาร์ดิสก์ไว้อ่านทีหลังได้

    http://srayaisom.dyndns.org


Search engine

 Search engine
     Search Engine   คือ เครื่องมือการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้ โดยกรอกข้อมูลที่ต้องการค้นหา หรือ Keyword (คีย์เวิร์ด) เข้าไปที่ช่อง Search Box แล้วกด Enter แค่นี้ข้อมูลที่เราค้นหาก็จะถูกแสดงออกมาอย่างมากมายก่ายกอง เพื่อให้เราเลือกข้อมูลตรงกับความต้องการที่สุดเอามาใช้งาน  โดยลักษณะการแสดงผลของ Search Engine นั้นจะทำการแสดงผลแบบ เรียงอันดับ Search Results ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา
     ตัวอย่าง Search Engine ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น sanook.com, siamguru.com, google.com, yahoo.com, msn.com, altavista.com, search.com เป็นต้น

   ประโยชน์ของ Search Engine
ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้สะดวกรวดเร็ว และถูกต้อง
ค้นหาข้อมูลแบบเจาะลึกได้ เช่น blog seo หนัง รูป หนังสือ เป็นต้น
รองรับการค้นหาได้หลายภาษา 

Search Engineที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่


http://www.sanook.com/
http://www.google.co.th/
http://www.google.com 
http://www.yahoo.com/
http://www.msn.com/
http://www.live.com 
http://www.baidu.com 
http://www.ask.com 



http://media.rajsima.ac.th

http://th.answers.yahoo.com
http://blog.lazada.co.th

Web Application

Web Application
ส่วนมากเรามักจะคุ้นเคยกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ติดตั้ง โปรแกรมพวก Microsoft Office ที่ประกอบด้วย Word ที่สำหรับพิมพ์เอกสาร Excel สำหรับสร้างตารางคำนวณ โปรแกรมพวกนี้เราจะเรียกมันว่า Desktop Application ซึ่งจะติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องใครเครื่องคนนั้น หรือโปรแกรมสำหรับงานบัญชี ที่บางหน่วยงานติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นลักษณะ Client-Server Application โดยเก็บฐานข้อมูลไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ (Server) และติดตั้งตัวโปรแกรมบัญชีที่เครื่องใช้งาน (Client) ซึ่งตอบสนองความต้องการเพิ่มขึ้นในด้าน Multi-User หรือใช้งานพร้อมๆกันได้หลายๆคน โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เก็บฐานข้อมูลไว้ที่ส่วนกลาง 
เทคโนโลยี Desktop Application ไม่สามารถตอบสนองความต้องการการบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลา ข้อมูลมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อตอบสนองภาวะตลาดที่แปรเปลี่ยน ระบบ Client-Server Application ตัวโปรแกรมมีความซับซ้อน การแก้ไข การ Upgrade ทำได้ยุ่งยาก อย่างกรณี หากต้องการ Upgrade หรือเพิ่มคุณสมบัติเพิ่มเติมให้กับ Application ที่ตัวเซิร์ฟเวอร์ต้องหยุดระบบทั้งหมด และเมื่อ Upgrade ที่เซิร์ฟเวอร์แล้ว ก็จำเป็นต้อง Upgrade ที่ Client ด้วย หากระบบมีผู้ใช้งานจำนวนมาก จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้น

นอกจากนี้ยังไม่รวมปัญหาว่า ที่เครื่อง Client มีความหลากหลายและแตกต่างกัน เช่น OS (Operating System) ที่ต่างกัน สเปคเครื่องที่แตกต่างกัน ซึ่งหากการ Upgrade แล้วมีความจำเป็นต้องใช้สเปคเครื่องที่สูงขึ้นที่ฝั่ง Client จำเป็นต้อง Upgrade ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตามไปด้วย
จากตัวอย่างปัญหาเหล่านี้ ถูกจัดการด้วยเทคโนโลยี Web Application (เว็บแอพพลิเคชั่น) เพราะ Web Application สามารถตอบสนองปัญหาข้างต้นได้เป็นอย่างดี และสามารถแทนที่ Desktop Application ที่เป็น Client-Server Application ได้เป็นอย่างดี ตัวโปรแกรมของ Web Application จะถูกติดตั้งไว้ที่ Server คอยให้บริการกับ Client และที่ Client ก็ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม สามารถใช้โปรแกรมประเภท Brower ที่ติดมากับ OS ใช้งานได้ทันที อย่าง Internet Explorer หรือโปรแกรมฟรี ได้แก่ FireFox, Google Chrome ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถของ Brower ที่หลากหลาย ทำให้ไม่จำกัดว่าเครื่องที่ใช้เป็น OS อะไร หรืออุปกรณ์อะไร อย่างอุปกรณ์ TouchPad หรือ SmartPhone ก็สามารถเรียกใช้งานได้ ลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่ใช้งานอีกด้วย

ประวัติความเป็นมาของ Internet จากอดีต-ปัจจุบัน



ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
          ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ประเทศรัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาจึงได้รับรู้ว่า เทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศยังล้าหลังกว่าของรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เกิดการตื่นตัวที่จะพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยกระทรวงกลาโหมจึงก่อตั้งหน่วยงานวิจัยชั้นสูงที่ชื่อว่า Advanced ResearchProjects Agency หรือที่รู้จักกันในนามของ ARPA
          ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ARPA ได้ให้ทุนแก่มหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา เพื่อการทำวิจัยในหัวข้อเรื่อง เครือข่ายการทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลางาน (Cooperative net-work of Time-Shared Computers) หลังจากนั้นอีก ๓ ปี กระทรวงกลาโหมก็ได้สนับสนุนโครง-การวิจัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า ARPANETจนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการ ARPANETได้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ๔ แห่งเข้าด้วยกันในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เครือข่าย ARPANETขยายใหญ่ขึ้น และสามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆได้ถึง ๒๓ เครื่อง
          จากการศึกษาเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์จนถึงระยะเวลานั้น ผู้พัฒนาเครือข่ายหลายคนเริ่มเห็นปัญหาของการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหลากหลายชนิด และหลากหลายผลิตภัณฑ์ จึงทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการเชื่อมโยง แนวความคิดที่จะสร้างระบบเปิดจึงเกิดขึ้น กล่าวคือ กำหนดมาตรฐานกลางที่ผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อสามารถจะเชื่อมโยงเข้าสู่มาตรฐานนี้ได้
          แนวคิดในการเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกันและเชื่อมโยงในลักษณะวงกว้างเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ผู้พัฒนาเครือข่ายจึงสร้างโพรโทคอลใหม่ และให้ชื่อว่า TCP/IP (Trans-mission Control Protocol / Internet Protocol)และให้ชื่อเครือข่ายที่เชื่อมโยงโดยใช้โพรโทคอลนี้ว่า อินเทอร์เน็ต หลังจากนั้น โครงการARPANET ได้นำโพรโทคอล TCP/IP ไปใช้
          การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ดำเนิน-การต่อมา ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการสนับสนุน และหันกลับไปทำวิจัยและพัฒนาเอง เครือข่ายนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนามาตรฐานต่างๆเข้ามาใช้ประกอบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดได้กลายเป็นมาตรฐานการสื่อสารที่ชื่อว่า TCP/IP และใช้ชื่อเครือข่ายว่า อินเทอร์เน็ต(Internet)
          ต่อมาการบริหารและดำเนินงานเครือข่ายได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิการศึกษาวิทยา-ศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือที่ใช้ชื่อย่อว่าNSF (National Science Foundation) มีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาบริหารเครือข่ายกลางที่เปิด  โอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาเชื่อมโยง และได้ดำเนินการจนอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

          สำหรับในประเทศไทย เริ่มเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตตั้งแต่กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทำการเชื่อมโยงเพื่อส่งอิเล็กทรอนิกส์เมลกับประเทศออสเตรเลียซึ่งทำให้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เมลเชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ต่อมาในวันที่ ๒๗กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าสายวงจรเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ก็ได้มีโครงการที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้มีสถาบันออนไลน์กับอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มแรก ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ มหาวิทยาลับธรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย มหาวิทยาลัยสงขลา-นครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
          ไอพีแอดเดรสทุกตัวจะต้องได้รับการลงทะเบียน เพื่อจะได้มีหมายเลขไม่ซ้ำกันทั่วโลกการกำหนดแอดเดรสจะเป็นการกำหนดหมายเลขให้แก่เครือข่าย

          ไอพีแอดเดรสทุกตัวจะต้องได้รับการลงทะเบียน เพื่อจะได้มีหมายเลขไม่ซ้ำกันทั่วโลกการกำหนดแอดเดรสจะเป็นการกำหนดหมายเลขให้แก่เครือข่าย


          การพัฒนาเครือข่ายจึงเป็นไปตามกระแสการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสากล มาตรฐานการเชื่อมโยงเป็นแบบโพรโทคอล TCP/IP ตามมาตรฐานนี้มีการกำหนดหมายเลขแอดเดรสให้แก่เครือข่ายและเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีการสร้างเป็นลำดับชั้นเพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นระบบ แอดเดรสนี้จึงมีชื่อว่า ไอพีแอดเดรส (IP address)
          ผู้ใช้เครือข่ายย่อยในเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะเป็นสมาชิกของอินเทอร์เน็ตโดยปริยาย เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนสามารถเชื่อมโยงกับเครื่องอื่นๆได้ทั่วโลก ผู้ใช้งานอยู่ที่บ้านสามารถใช้คอมพิวเตอร์จากบ้านต่อผ่านโมเด็มมาที่เครื่องหลัก หลังจากนั้นก็จะเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายต่างๆได้ นิสิตนักศึกษาซึ่งอยู่ที่บ้านจะสามารถติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยหรือติดต่อกับเพื่อนๆได้ ทั้งในมหาวิทยาลัยและต่างมหาวิทยาลัย หรือในต่างประเทศ
          อินเทอร์เน็ตจึงเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนคาดกันว่าในอนาคต เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน
          เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงได้ทุกมหาวิทยาลัย โดยมีการเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันในประเทศซึ่งจัดการโดยหน่วยบริการอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า ISP (Internet Service Provider)หน่วยบริการ ISP จะมีสายเชื่อมโยงไปยังต่างประเทศเข้าสู่อินเทอร์เน็ต
          ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยได้เชื่อมโยงกัน โดยมีแกนกลางคือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และให้ชื่อเครือข่ายนี้ว่า เครือข่ายไทยสาร(THAISARN - THAI Social / Scientific, Academicand Research Network) การเชื่อมโยงภายในประเทศทำให้ทุกเครือข่ายย่อยสาามารถเชื่อมโยงเป็นอินเทอร์เน็ตสากลได้

          ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ไอที (IT) กำลังได้รับ ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)จะเป็นตัวที่ทำให้ เกิดความรู้ วิธีการประมวลผล การจัดเก็บรวบรวมข้อมูล การเรียกใช้ข้อมูล ตลอดจนการเรียกใช้ข้อมูล ด้วยวิธีการทางอิเล็คทรอนิคส์ เมื่อเราให้ความสำคัญกับเ ทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือในการใช้งานไอที เครื่องมือนั้นก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ สื่อสารโทรคมนาคม อินเตอร์เน็ตนับว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือไอที เพราะเราสามารถที่จะใช้งาน หาข้อมูลข่าวสาร และเข้าถึงข้อมูล ได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว อินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลเรื่องราวต่างๆ มากมาย ให้เราค้นหา ข่าวสารที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกเราสามารถที่จะทราบได้ทันที จึงนับได้ว่า อินเตอร์เน็ตนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ทั้งในระดับองค์กรและในระดับบุคคล  

hutimaeiei-chutima.blogspot.com
oancauxanh.vn